วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ตำนาน 12 นักษัตร


ตำนาน 12 นักษัตร


        อดีตกาลที่ยังไม่มีความเจริญใดๆ บนโลกมนุษย์ มนุษย์และสัตว์อยู่ร่วมกันตามธรรมชาติวิถี ธรรมชาติยังอุดมสมบูรณ์สูงสุด ทุกชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติมนุษย์ทุกคนไม่รู้จักปฏิทิน ไม่มี พ.ศ., ค.ศ ไม่มีวันที่ ไม่มีนาฬิกา มนุษย์ไม่สามารถรู้ได้ว่าตัวเองอายุเท่าไหร่แล้ว เกิดเมื่อไหร่ และใครเกิดก่อนใคร ใครควรที่จะเป็นพี่, เป็นน้อง, เป็นลุง หรือเป็นอา… มนุษย์จึงได้แจ้งปัญหาดังกล่าวแก่เหล่าเทพ เทวดาบนชั้นฟ้า  เมื่อเหล่าเทวดาได้ทราบปัญหาของมนุษย์ดังกล่าว จึงได้พยายามหาวิธีที่จะแก้ไขปัญหาให้กับมนุษย์เหล่านั้น… เหล่าเทพ เทวดาพยามยามคิดกันอย่างหนัก จนกระทั่งวันหนึ่งเหล่าทวยเทพ เทวดาก็มีคำตอบให้เหล่ามวลมนุษย์ โดยมีคำประกาศจากฝากฟ้าเบื้องบนว่า จะมีการจัดตั้งสัตว์ประจำปีขึ้นหรือ “นักษัตร” นั่นเอง  โดยคำประกาศดังกล่าวบอกว่าจะมีการคัดเลือกสัตว์บกจำนวน 12 ชนิดเพื่อที่จะเป็นสัญลักษณ์ประจำแต่ละปี เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณอายุ และเพื่อให้ง่ายแก่การจดจำปีเกิด มนุษย์จะได้รู้ว่าใครเกิดก่อนใคร และใครเป็นพี่ ใครเป็นน้อง        

        หลังจากที่คำประกาศดังกล่าวได้แพร่กระจายไปทั่วแผ่นพื้นดิน สัตว์บกทุกตัวก็ตื่นเต้นกันเป็นอย่างมาก รวมทั้งมวลมนุษย์ด้วยที่สวงสรรค์ได้เห็นความเดือดร้อนและหาวิธีแก้ปัญหาให้พวกเขา  โดยรายละเอียดในคำประกาศได้บอกไว้ว่า “ให้สัตว์บกทุกตัวที่คิดว่าตัวเองมีความรวดเร็วที่สุด 12 ชนิด มาเข้าแถวเรียงกัน ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในวันแรกที่เปลี่ยนฤดูกาลจากฤดูหนาวที่แสนจะหนาวเหน็บ เป็นฤดูใบไม้ผลิ”        
        
        และแล้วเช้าวันที่นัดหมายก็มาถึง เหล่าสัตว์ใหญ่น้อยที่อยู่ในหมู่บ้าน และในป่าต่างก็รีบวิ่งมาอย่างรวดเร็วมาเข้าคิวตามที่นัดหมายเอาไว้ เพื่อที่จะรับเลือกให้เป็นตัวแทนแห่งแต่ละปีจนแถวนั้นยาวเหยียด ชาวบ้านต่างก็ออกมาดูกันเป็นจำนวนนับแสน สัตว์ที่อยู่ในหมู่บ้านย่อมที่จะได้เปรียบสัตว์ที่อยู่ในป่าที่ห่างไกลด้วยระยะทางที่ใกล้กว่า จนกระทั่งเวลาได้ผ่านไปถึงช่วงสายๆ ของวันนั้น เหล่าเทพ เทวดาก็ได้ลงมาจากสวงสรรค์เพื่อตัดสินการคัดเลือกสัตว์แห่งปี . . . และแล้วคำตัดสินก็ออกมาจากเล่าเทพ เทวดา และความเห็นจากเหล่ามนุษย์ทุกคนที่มาชุมนุมกัน ณ ที่แห่งนั้น สัตว์ที่ได้ถูกคัดเลือกให้เป็นสัตว์แห่งปี 12 ชนิดที่มีความเร็ว และมาเข้าแถวก่อนใครๆ ได้แก่


ราศีมีน (Pisces)



        เมื่อครั้งที่เหล่าเทพจัดงานฉลองกันริมแม่น้ำไนล์แล้วสัตว์ประหลาดไทพ่อนโผล่ออกมานั้น อโฟรไดท์(Aphrodite) เทพีแห่งความงามและความรักได้แปลงกายตัวเองเป็นปลา และลูกชายของเธอ อีรอส (Eros) ก็แปลงเป็นปลาด้วยเช่นกันแล้วกระโดลงแม่น้ำไนล์ว่ายหนีไป โดยทั้งสองใช้เชือกหนึ่งเส้นผูกไว้ระหว่างกันเพื่อไม่ให้หลงทางแยกจากกัน ซึ่งรูปกลุ่มดาวราศีมีนก็คือรูปร่างของทั้งสองเมื่อครั้งกลายร่างเป็นปลานั้นเอง บางเรื่องเล่าว่าผู้ที่ทำให้กลายเป็นหมู่ดาวคือเทพีอาเธน่า แต่ที่ว่าแม่น้ำที่กระโดดลงไปไม่ใช่แม่น้ำไนล์แต่เป็นแม่น้ำเอริดานุส(Eridanus) ก็มี

ที่มา : http://www.tumnandd.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%99-pisces/

ราศีเมษ


ราศีเมษ (Aries)




        ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องเจสันกับขนแกะทองคำ (ไม่แน่ใจว่าเรื่องชื่อหนังเหมือนกัน อาจจะเป็น อภินิหารขนแกะทองคำก็ได้นะ) คงจำขนแกะที่แขวนอยู่บนต้นไม้แล้วมีสัตว์ประหลาดเฝ้าอยู่ได้ ก็แกะตัวนั้นแหละที่เป็นที่มาของกลุ่มดาวราศีเมษ แต่เรื่องของต้นกำเนิดของกลุ่มดาวเป็นเรื่องก่อนหน้าที่เจสันจะเดินทางไปเอาขนแกะ ตามที่เอามาสร้างเป็นหนังให้ดู (แต่บางตำนานก็ว่า กลุ่มดาวราศีเมษมาจากตอนของเจสันนี่ล่ะ แต่เรามาพูดถึงตอนที่แกะมันยังเป็นตัวดีกว่า)

        เรื่องมีอยู่ว่า เจ้าชายพริซัส (Phrixus) และเจ้าหญิงเฮเล่ (Helle) บุตรฝาแฝดของพระราชาอาธามัส (Athamus)และเนเพเล่ (Nephele:เป็นนิมส์เมฆ ไม่รู้จะอธิบายยังไง เอาเป็นว่าเป็นภูตประเภทหนึ่ง แต่บางก็ว่าเป็นเทพีที่ซีอุสสร้างขึ้นเลียนแบบเทพีเฮร่า) แต่ต่อมาอาธามัสก็ทิ้งนางไปแต่งงานกับนางไอโน่ (Ino) ซึ่งนางไอโน่นั้นเมื่อคลอดลูกของตัวเองออกมา ก็รู้สึกไม่ชอบใจลูกเลี้ยงทั้งสองของตนเองจึงคิดจะวางแผนฆ่า โดยให้พวกผู้หญิงที่มีหน้าที่เป็นคนหว่านเมล็ดพันธุ์พืชเอาเมล็ดไปล่นไฟ ทำให้เมล็ดไม่สามารถเพาะปลูกได้ เกิดเป็นภัยแล้งขึ้นราชาอาธามัสจึงไปปรึกษากับนักบวช(ซึ่งแน่นอนนางไอโน่ซื้อตัวไปแล้ว) และนักบวชก็แนะนำว่า จะต้องสังเวยบุตรฝาแฝดทั้งสองต่อเหล่าเทพแล้วการเพาะปลูกจะอุดมสมบูรณ์เช่นเดิม ราชาอาธามัสได้ฟังเช่นนั้นก็ให้ทุกคนจัดแจงเตรียมงานสังเวยขึ้นทันที แต่ทว่าเนเพเล่เมื่อรู้เรื่องเข้าก็ไปร้องขอต่อซีอุสให้ช่วย เทพซีอุสจึงส่งแกะที่มีขนเป็นทองคำมาให้แก่เนเพเล่ ให้ลูกทั้งสองขึ้นหลังแกะแล้วหนีไป

        ทว่าระหว่างทางที่หนีอยู่นั้น แกะบินสูงเกินไป เจ้าหญิงเฮเล่เกิดหน้ามืดตกลงจากหลังแกะไปในทะเล และเสียชีวิตลง ส่วนเจ้าชายพริซัสนั้นมาถึงเมืองคอลคิส (Colchis) โดยปลอดภัย และพระราชาอาเอเตส (Aeëtes) ก็ไห้การต้อนรับเป็นอย่างดี แต่พริซัสกลับทำสิ่งที่น่าตกใจคือฆ่าแกะที่ช่วยพาตัวเองหนีมาทิ้ง แล้วยกขนทองคำให้พระราชาอาเอเตส (ไม่รู้ว่ามันทำเพื่อแก้แค้นในน้องสาวหรือเปล่านะแต่สงสารแกะชะมัด) แต่บ้างก็ว่าที่ฆ่าทิ้งเพราะจะสังเวยให้แก่เทพซีอุส (แต่เดิมมันก็เป็นของซีอุสอยู่แล้วนี่หว่า แล้วทำไมไม่คืนให้ทั้งตัวไปเลยฟะ) แล้วราชาอาเอเตสก็เอาขนแกะไปแขวนไว้ที่ต้นไม้ใหญ่ในป่า และให้มังกรที่ไม่หลับไม่นอนเฝ้าเอาไว้ ส่วนเรื่องหลังจากนั้นกาดูจากตอนของเจสันได้


        แล้วยังมีอีกเรื่องเล่าหนึ่งที่ว่าเป็นต้นกำเนิดของกลุ่มดาวราศีเมษ คือ เมื่อครั้งที่เหล่าเทพจัดงานสังสรรค์ที่ริมแม่น้ำไนล์ตอนที่กำลังครื้นเครงกันสุด ๆ อยู่ ๆ เจ้าสัตว์ประหลาดนามว่าไทพ่อน(Typhon) ก็โผล่ออกมา เหล่าพวกเทพต่างตกใจก็เลยแปลงร่างเป็นสัตว์วิ่งหนีกันไป โดยซีอุสแปลงร่างเป็นแกะแล้ววิ่งหนีไป ซึ่งราศีเมษก็คือรูปร่างของซีอุสเมื่อยามเป็นแกะนั่นเอง

ที่มา

ราศีพฤษภ


ราศีพฤษภ (Taurus)




        วันหนึ่งนางยูโรป้า เจ้าหญิงแห่งเมืองฟินิเชียน (Phoenician) ผู้มีความงามเป็นหนักหนา ออกไปเดินเล่นที่ทุ่งหญ้า (บางก็ว่าริมชายหาด) ก็ได้เห็นวัวสีขาวรูปร่างกำยำงดงามเป็นที่สุดตัวหนึ่ง เจ้าวัวตัวนี้เชื่องสนิทและยังมีท่าทีเป็นมิตรผิดกับท่าทีที่น่าเกรงขามของมัน นางก็เลยตายใจขึ้นเข้าไปลูบไล้และในที่สุดก็ขึ้นขี่หลังวัวตัวนั้น

        เมื่อนางขึ้นขี่หลังวัวตัวนั้นก็ออกวิ่งผ่านน้ำข้ามทะเลไม่ยอมให้นางลงจากหลังจนไปถึงเกาะครีต (Crete) ซึ่งจริง ๆ แล้ว วัวตัวนี้ก็คือซีอุสแปลงกายมา ด้วยว่าซีอุสเกิดหลงรักนางยูโรป้าจึงแปลงกายเป็นวัวมาลักพาตัวนาง และหลังจากนั้น นางยูโรป้าก็คลอดบุตรสามคนซึ่งได้แก่ มินอส (Minos) ลาดามันติส (Rhadamanthys) และซาร์เพดอน(Sarpedon)


        ซึ่งกลุ่มดาวราศีพฤษกก็คือรูปร่างของซีอุสเมื่อยามแปลงกายเป็นวัวที่ซีอุสทำไว้เป็นที่ระลึก และชื่อของทวีปยุโรป ก็ว่ากันว่าเอามาจากชื่อของนางยูโรป้านี่เอง

ที่มา 

ราศีเมถุน


ราศีเมถุน (Gemini)




        คาสเตอร์ (Castor) กับพอลลักซ์ (Pollux) เป็นฝาแฝดก็จริง แต่ไม่ใช่แฝดสอง แต่จริง ๆ แฝดสี่ แถมเป็นแฝดคนละไข่อีกด้วย (ที่ว่าเป็นคนละไข่น่ะ ไข่จริง ๆ นะ) 

        เรื่องมีอยู่ว่า ซีอุสเกิดไปหลงรักนางเรดา มเหสีของพระราชาไทนดาริอุส(Tyndareus) แห่งเมืองสปาร์ต้า ซีอุสจึงวางแผนกับเฮอร์เมส ให้เฮอร์เมสแปลงกายเป็นอินทรีให้ไล่ตามตัวเองซึ่งแปลงกายเป็นหงส์ขาว (ซึ่งว่ากันว่ากลุ่มดาวหงส์หรือ Cygnus ก็คือรูปร่างของซีอุสที่กลายเป็นหงส์ขาวนี่เอง) เมื่อนางเรดาเห็นดังนั้นจึงเข้าไปช่วยโอบกอดหงส์ขาวไว้แล้วไล่อินทรีไป แล้วไม่นานนักนางเรดาก็คลอกลูกออกมาเป็นไข่สองใบ (บางก็ว่าใบเดียว) และในไข่แต่ละใบ ก็มีฝาแฝดชายหญิงอย่างละคู่อยู่ ได้แก่ คาสเตอร์กับคลิเทมเนสตร้า(Clytemnestra)ในไข่ใบแรก และ พอลลักซ์กับเฮเลน (Helen) ในไข่ใบที่สอง (ซึ่งนางเฮเลนที่ว่านี้ ก็คือนางเฮเลนที่เป็นต้นกำเนิดของการล่มสลายของเมืองทรอยนั่นเอง) 
        
        คาสเตอร์กับพอลลักซ์เป็นพี่น้องที่รักกันมาก แต่ทว่าคาสเตอร์นั้นเป็นลูกของไทนดาริอุสที่เป็นมนุษย์จึงไม่ได้เป็นอมตะ ผิดกับพอลลักซ์ที่เป็นบุตรของซีอุสจึงไม่แก่ไม่ตาย คาสเตอร์และพอลลักซ์ (สองคนเรียกรวมกันว่าดีออสคอยส์ : Dioscuri) ซึ่งทั้งสองก็เป็นผู้กล้าที่มีชื่อเสียงมาก โดยได้เคยรวมเรืออาร์โก้ไปกับเจสันเพื่อเอาขนแกะทองคำด้วย 

        
        เรื่องเล่าเกี่ยวกับการตายของคาสเตอร์มีอยู่ว่า ทั้งสองได้ไปร่วมงานแต่งงานระหว่างคู่ฝาแฝดชายนามว่าอิดัส (Idas)และไลนเซอุส(Lynceus) กับฝาแฝดหญิงคือนางฟีเบ (Phoebe) และนางฮิลาเอย์ร่า (Hilaeira) ไม่รู้ว่าเมาอะไร คาสเตอร์กับพลอลักซ์กลับไปฉุดเอาเจ้าสาวทั้งสองมา ทำให้เกิดการต่อสู้กับอิดัสและไลนเซอุส ส่งผลให้คาสเตอร์ตาย (อิดัสกับไลนเซอุสก็ตายด้วย) พอลลักซ์เศร้าเสียใจมาก แต่ด้วยว่าตนเป็นอมตะไม่สามารถตายร่วมกับคาสเตอร์ได้ จึงร้องขอกับเหล่าเทพว่า ให้ตนสามารถแบ่งความเป็นอมตะแก่คาสเตอร์ หลังจากนั้นทั้งสองจึงอยู่บนสวรรค์ 1 วันและจะไปอยู่ในแดนแห่งความตาย 1 วัน สลับกันไป (บ้างก็ว่าครึ่งวัน บ้างก็ว่า 1 ปี) ซีอุสเห็นแก่มิตรภาพของทั้งสองจึงทำให้เกิดกลุ่มดาวราศีเมถุนขึ้นมา

ที่มา 

ราศีกรกฏ


ราศีกรกฏ (Cancer)




        ในงานทั้ง 12ของเฮอร์คิวลิส มีอยู่งานหนึ่งคือไปกำจัดไฮดร้า(Hydra) ซึ่งเป็นงูยักษ์มี 9 หัว ส่วนเจ้าปูที่ว่านี่แม้แต่ชื่อก็หาไม่เจอและไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย แต่ก็ถูกเฮอร์คิวลิสที่กำลังต่อสู้อยู่เหยียบโดยไม่รู้ตัว แล้วเทพีเฮร่าซึ่งไม่ชอบเฮอร์คิวลิสอยู่แล้วก็เลยทำให้กลายเป็นกลุ่มดาว<ไปพร้อมไฮดร้าด้วย (แบบว่าไม่รู้ตัวอยู่ ๆ ก็ได้กลายเป็นดาว) 


        แต่อีกที่บอกว่า เจ้าปูยักษ์ตัวนี้เป็นเพื่อนกับไฮดร้า เมื่อครั้งไฮดร้าสู้กับเฮอร์คิวลิสก็พยายามช่วยโดยหนีบขาเฮอร์คิวลิสไว้ แต่ก็ถูกเฮอร์คิวลิสเหยียบตายจนได้ เทพีเฮร่าเห็นก็เกิดประทับใจในความรักเพื่อน(+ขอบใจที่ช่วยหนีบขาเฮอร์คิวลิส) จึงทำให้เจ้าปูยักษ์ขึ้นไปเป็นหมู่ดาวบนฟ้า

ที่มา

ราศีสิงห์


ราศีสิงห์ (Leo)




        ในงานทั้ง 12ของเฮอร์คิวลิส งานแรกก็คือการจัดการสิงโตยักษ์ที่อาศัยอยู่ในป่าเนมีอา (Nemea) สิงโตตัวนี้มีขนาดใหญ่โตมาก ชอบจับผู้คนกินเป็นอาหาร และยังมีผิวกายที่แข็งมากอีกด้วย

        
        แม้แต่ลูกธนูหรือไม้พลองของเฮอร์คิวลิสก็ไม่อาจทำอะไรมันได้ สุดท้ายเฮอร์คิวลิสจึงใช้มือเปล่าบิดคอมันจนตาย เทพีเฮร่าจึงยกให้สิงโตเป็นหมู่ดาวเพื่อสรรเสริญถึงอุปสรรคที่มันสร้างให้แก่เฮอร์คิวลิส

ที่มา

ราศีกันย์


ราศีกันย์ (Virgo)




        สำหรับราศีกันย์นั้นมีอยู่หลายเรื่องเล่าว่าจนไม่แน่ใจว่าหญิงสาวที่ว่าหมายถึงใครกันแน่ ส่วนมากจะบอกว่าเป็นเทพีแอสเตรีย (Astraea) เทพีแพ่งความยุติธรรม หรือดีมิเตอร์(Demeter) เทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์ หรือบางทีก็เป็นเพอร์ซิโฟเน่ (Persephone) ธิดาของดีมิเตอร์และซีอุส ด้วยว่าเพอร์ซิโฟเน่ ถูกฮาเดสลักพาตัวไปต้องอยู่ในแดนแห่งความตาย 4 เดือน และใน 4 เดือนนั้นเราจะไม่เห็นหมู่ดาวราศีกันย์ด้วย (ของดีมิเตอร์และเพอร์ซิโฟเน่คงไม่ต้องเล่าเพราะคิดว่ารู้จักกันดีอยู่แล้ว) 
    
        แต่มาดูเรื่องของแอสเตรียกันดีกว่า 


        เมื่อครั้งสมัยที่มนุษย์เพิ่งเกิดขึ้นซึ่งเรียกกันว่า ยุคทอง ทั้งปีเปรียบเสมือนกับฤดูใบไม้ผลิ มนุษย์ก็อยู่กันอย่างสุขสบายแทบไม่ต้องทำมาหากินอะไรเลย เหล่าเทพก็เลยลงมาอาศัยอยู่บนพื้นโลกกับมนุษย์ด้วยเช่นเดียวกัน แต่หลังจากผ่านยุคทองเข้าสู่ยุคเงินนั้นมนุษย์ก็เกิดการทะเลาะเบาะแว้งแย่งชิงกัน เหล่าเทพก็เกิดความเบื่อหน่ายจึงค่อย ๆ จากไปพำนักอยู่บนสวรรค์ทีละองค์สององค์ จนเหลือแต่เพียงเทพีแอสเตรีย ซึ่งเธอก็พยายามอดทนคอยตักเตือนมนุษย์ให้อยู่ในความดีตลอดมา แต่ก็ไม่มีผลอันใดมนุษย์กลับยิ่งเลวร้ายลง จนสุดท้ายเทพีแอสเตรียหมดความอดทนเธอก็จากพื้นโลกกลับสู่สรวงสวรรค์

ที่มา